สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
  • 4137เข้าชม
  • 17ตอบกลับ

เอาเรื่องสั้นมาฝากครับ

โพสต์
377
เงิน
14301
ความดี
12653
เครดิต
14363
จิตพิสัย
11618
จังหวัด
กรุงเทพมหานคร

แฮปปี้เบริทเดย์นะครับ
โพสต์
644
เงิน
16847
ความดี
14761
เครดิต
14339
จิตพิสัย
20875
จังหวัด
กรุงเทพมหานคร

29 ...เขาเดินเข้าไปในตู้ ดึงประตูตู้เข้ามาปิด

25 ...เวลาช่างผ่านไปรวดเร็ว เพียงแค่ละสายตาอนาคตก็มาอยู่ตรงหน้าซะแล้ว เขามองไปด้านข้างตัว พัดลมใหญ่เล็กเริ่มหมุนช้าๆ

15 ...พัดลมเริ่มหมุนเร็วขึ้น เสียงวิ๊ดแสบแก้วหูดังสะเทือนไปตั้งตู้

10 ... แสงไฟในตู้เริ่มกระพริบ ติดๆดับๆ และรุนแรงขึ้น เขามองไปรอบตัว ดูท่าทางสงบนิ่ง

5 ...พัดลมหมุนเร็ว จนเหมือนไปพัดจะหลุดเป็นเสี่ยง ไม่ใช่ใบพัดสิ อันที่จริงน่าจะเป็นตัวเขาเองมากกว่า

4 ...ตอนนี้ทุกอย่างเหมือนเป็นภาพช้า เขาแทบจะเห็นเส้นของลมจากทุกทิศที่ปะทะตัวเขาที่อยู่ตรงกลาง และตัวเขาก็หมุน หมุนแบบทวนเข็มนาฬิกา

3 ....ตอนนี้ตัวเขาไม่ได้อยู่บนพื้นอีกต่อไป มันหมุนอย่างรุนแรง แรงลมเหมือนมันกลายเป็นเข็มเล่มเล็กๆที่แทงทุกอณูของเขาให้แตกเป็นเสี่ยงๆ

2 ...ตอนนี้เขาไม่เห็นอะไรอีกแล้ว นอกจากสีม่วง ขาว และเส้นสีสลับกันทางแนวนอน เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขาไม่มีร่างด้วยซ้ำ

1 ...แสงวูบใหญ่ไหลออกมา และทุกอย่างมืดสนิท เขาเหมือนกับลอยอยู่ในอากาศ เป็นอุโมงค์ที่มีปลายทางอยู่ไกลมาก  เขารู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก แต่ยกมือขึ้น แต่เขามองไม่เห็นมือของตัวเอง มันอยู่ไหนกันนะ เขาเห็นเพียงอณูเล็กๆลอยอยู่เต็มไปหมด หรือว่านั่นคือร่างกายของเขา ที่ถูกสับย่อยจนกลายเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อส่งผ่านกระแสเวลากันแน่...  ปลายอุโมงค์ที่ดูเหมือนไกล วิ่งเขามาหาเขาด้วยความรวดเร็ว ละอองอณูเล็กๆวิ่งเข้ามารวมตัวกันที่ตัวของเขา จากอาการล่องลอย ตอนนี้ตัวเขาหนักอึ้ง และร่วงลงบนพื้นแข็งๆ  

.......................................................................................


เสรีนอนอยู่บนพื้นที่ห้องของเขาเอง  เขาลุกขึ้นแล้วมองไปรอบๆ ที่นี่คือห้องของเขาเมื่อหกปีก่อน เป็นห้องที่เขาแทบจำไม่ได้เพราะว่ามันสะอาดสะอ้าน ผิดกับห้องที่เขาจากมามาก เขามองไปอีกด้าน ตัวเขาเองกำลังนั่งง่วนอยู่กับการวิเคราะห์อะไรบางอย่างหน้าจอคอม  เขามองไปที่นาฬิกาที่ห้อง ตอนนี้เป็นเวลา สองทุ่มยี่สิบหก เขารีบเดินออกไป ในขณะเดียวกันเขาก็ได้ยินเสียงของเธอโทรมาพอดี แปลว่าตอนนี้เธอกำลังจะออกมาจากร้านแล้ว เขารีบออกไป เขาแปลกใจนิดๆว่าเขาเองหมกมุ่นกับการทำงานจนถึงขั้นไม่ได้ยินเสียงตัวเองร่วงลงมาเชียวหรือ...

อ่านมาถึงตรงนี้  หลายคนอาจจะสงสัยว่าถ้าเขาย้อนเวลาได้ ทำไมเขาไม่ย้อนกลับไปตอนที่ก่อนเหตุการณ์จะเกิดนานๆ แล้วไปหาเธอให้ตรงเวลานัด เขาก็คิดอย่างนั้น  แต่ถ้าไปเร็วเกินไป เขาก็จะไม่รู้ว่าเขาช่วยเธอได้หรือไม่ เพราะว่าอาจจะมีเหตุการณ์อย่างอื่นทำให้เธอต้องไปอยู่ที่นั่น เวลานั้นอยู่ดี ดังนั้นเวลาที่ดีที่สุดก็น่าจะเป็นเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ

เขาออกมาถึงหน้าปากซอย  ถนนอีกฝั่งนี้รถติดมาก เขารู้อยู่แล้วเพราะว่ามันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว เขารีบวิ่งไปบนถนน วิ่งอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ในชีวิต เขาวิ่งอย่างไม่รู้สึกเหนื่อย ระยะทางกว่าสี่กิโล ถ้าเดินคงใช้เวลา 12 นาที นั่นคงไม่พอ แต่ถ้าวิ่งน่าจะเหลือแค่ 6  ...เขาจึงวิ่งไปเรื่อยๆ  ใจเริ่มกังวลมากขึ้น เขามองดูรอบตัว ไม่มีใครสนใจชายคนหนึ่งที่ตั้งหน้าตั้งตาวิ่ง มันดูราบรื่นมาก บางทีออกจะราบรื่นเกินไปด้วยซ้ำ แต่ก็เป็นนิมิตรหมายอันดี

สองทุ่มครึ่ง ....เขากำลังจะถึงจุดเกิดเหตุ เขาเห็นเธอเดินข้ามถนนมา  แต่เขายังไม่สามารถข้ามไปหาเธอตอนนี้ได้ รถวิ่งกันเร็วมาก ถ้าข้ามไปเขาอาจจะเป็นฝ่ายที่ต้องเป็นศพแทน โดยที่ตัวเขาอีกคนที่อยู่ที่คอนโดคงไม่รู้ตัวว่าตัวเองได้ตายไปแล้ว

เขาหยุดตรงจุดที่มองเห็นเธอตรงๆ เขาเผชิญหน้ากับเธอ แต่ดูเธอเหมือนไม่เห็นเขา สายตาของเธอมองไปทางเสียงวุ่นวายที่เกิดขึ้นอีกด้าน เขาตัดสินตะโกนบอกเธอ

“หนิง!!! หลบไปจากตรงนั้น ...หลบไป” เสียงชนกันดังสนั่นมาจากอีกด้าน แต่ก่อนหน้านั้น หนิงเหลือบตามองมาทางเขา เขารู้สึกว่าเธอเห็นเขา

“หนิง...หลบไป ถอยหลังไป” หนิงหันมามองเสรี เขาเห็นเพียงสายตาที่เธอมองเขาก่อนที่เขาจะรู้สึกว่าตัวถูกเหวี่ยง  เหวี่ยงหมุนลอยออกจากพื้นขึ้นสู่กลางอากาศ เจ็บแปลบไปทั้งร่าง ....แล้วไหลเข้าไปสู่อุโมงค์เดิมที่เขาเคยมา  ร่างกายของเขากลายเป็นอณูเล็กๆ  อีกครั้ง ... แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ถูกดึงมาหาขาอย่างรวดเร็ว แล้วเขาก็ร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง

..........................................................................................

เขาลืมตาขึ้นมา ...ตอนนี้เขาฟุบหน้าอยู่ที่ห้องของเขา เป็นห้องก่อนที่เขาจะไป ห้องที่มีสายไฟระโยงระยางเต็มไปหมด  เขาลุกขึ้น เครื่องย้อนเวลาอยู่ข้างหลังเขา เขายังไม่ทันหันหลังกลับไปดูอะไร  หนิงหญิงสาวคนที่เขารักที่สุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา  ความยินดีแล่นไปทั่วร่าง  น้ำตาของเขาไหลซึมออกมา  หนิงวิ่งมากอดเขา

“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณที่ทำทุกอย่างเพื่อฉัน” ...เธอพูดน้ำตานองหน้าเหมือนกัน ใบหน้าแนบชิดหน้าอกของเขาจนเสื้อของเสรีเปียกเป็นดวงๆ
“หนิง คุณยังไม่ตาย ผมทำสำเร็จ”

เธอคลายกอดเขาแล้วมองหน้าของเขา เธอยิ้มเล็กๆ แต่ดวงตาเธอแฝงไปด้วยความเศร้า เธอจับตัวของเขาหันหลังกลับมา เครื่องย้อนเวลาของเขา ตอนนี้มันกลายเป็นเพียงเศษซาก ใบพัดหลายอันกองอยู่บนพื้น สายไฟขายกระจุย ปล่อยกระแสไฟช๊อตเป็นจังหวะ  หน้าปัดด้านบนกลายเป็น จอมืดๆ

เขาหันมามองหน้าเธอ เธอพาเขาเดินไปที่กล้องวีดิโอที่ยังคงบันทึกภาพอยู่  เขาเดินไปที่หน้ากล้อง แล้วมองไปที่จอมอนิเตอร์  ไม่มีตัวเขาและเธอ มันมีเพียงภาพซากปรักพังของเครื่องย้อนเวลาเท่านั้น


ผมเดินออกมาจากมุมที่เฝ้าสังเกตุเขาอยู่ มันเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องบอกเขา หลังจากที่เฝ้าดูเขามาเป็นเวลานาน
“เสียใจด้วยนะครับ  คุณตายแล้ว”  ผมพูดพยายามทำเสียงให้เรียบที่สุด

“ผมน่ะเหรอตายแล้ว ...แล้วที่ผมไปมาเมื่อกี๊ มัน” เสียงของเขาดูตระหนก  หนิงกุมมือเขาไว้แน่น

“อันที่จริง ...กายเนื้อของคนเราไม่สามารถทำลายกฏได้หรอกครับ ...  แต่ที่คุณได้ย้อนกลับไปนั้นไปได้จริงๆครับ แต่ไปด้วยจิต  หลังจากที่วิญญาณของคุณหลุดออกจากร่าง  อ้อเสียใจเรื่องกายเนื้อของคุณด้วย ผมว่ามันคงสลายไปในขั้นตอนการเดินทาง...”
“ละละแล้วทำไม ผมถึงอยู่ที่นั่นได้แค่สิบนาทีล่ะ” เสรีถามดูเขางง งง แต่เหมือนเขารับเรื่องนี้ได้ไม่ยากนัก
“นั่นจิตคุณกำหนดเองครับ ...ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของคุณครับ คุณเสรี” ผมต้องเข้าเรื่องของผมบ้างแล้ว “คุณพร้อมจะไปกับผมรึยังครับ ไปยังที่ที่คุณควรจะไป  เธอรอคุณมานานแล้วนะครับ” เสรีหันมองหนิง หนิงยิ้มตอบ

“คุณ ....รอผมเหรอ” หนิงสบตาเสรีแล้วยิ้ม
“ฉันเห็นทุกอย่างที่คุณทำ ....เพื่อฉัน ฉันอยู่กับคุณตลอดเวลา เพื่อวันนี้ ไม่ว่าการทดลองจะสำเร็จหรือไม่” เธอมองมาที่ผม “เขาบอกว่าฉันจะได้เจอคุณ...” ผมปั้นหน้าไม่ถูกเหมือนกัน มันรู้สึกเขินแปลกๆ  หนิงกลับไปมองที่เสรีอีกครั้ง “เขาใจดีมากที่ให้ฉันรอคุณ” เสรีมองมาที่ผม แล้วมียิ้มเล็กๆบนใบหน้าที่ยังดูงงงงอยู่

“อันที่จริง มันก็ผิดกฏหลายข้อเลยล่ะ ...เราไปกันเถอะครับ เราเสียเวลามามากพอแล้ว” ผมพาเขาเดินออกมาจากตรงนั้น  

เสรีกับหนิงเดินตามผมมา

โดยที่มือของทั้งสองยังกุมกันอยู่ตลอด........

.เวลาของทั้งคู่ได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง และครั้งนี้ยังไม่มีใครรู้ว่ามันจะหมดลงเมื่อไหร่....
ด้วยความเคารพ
โพสต์
644
เงิน
16847
ความดี
14761
เครดิต
14339
จิตพิสัย
20875
จังหวัด
กรุงเทพมหานคร

มารยาทขนาดนั้นเลยหรือ  หรือเธอทำหน้าตาแปลกๆตอนที่มองดูเขา  เธอตอบไม่ได้ซักอย่างเพราะว่าเธอไม่เห็นหน้าของตัวเอง
“เปล่าค่ะ ...ก็แค่แบบว่า รู้สึกแปลกที่เห็นคุณหอบงานตั้งเยอะมานั่งทำอะไรในร้าน ...แบบนี้น่ะค่ะ”
“และที่สำคัญ ผมไม่ได้แตะอาหารบนโต๊ะเลยใช่มั๊ยครับ” ...นั่นแน่  ...หมอนี่นอกจากจะแปลกแล้ว ยังอ่านใจคนได้ด้วย เพราะว่านั่นเป็นประโยคที่เธอคิดจะพูดต่อไป
“ขอโทษด้วยค่ะที่เสียมารยาท”
“ไม่หรอกครับ ...เพราะว่าที่ผมทำ มันก็คงแปลกสำหรับคนอื่นจริงๆนั่นแหละ” เขายื่นมือที่ยังเปียกชุ่มไปด้วยน้ำจากอ่างล้างหน้ามาที่เธอ “ผมชื่อ เสรีครับ”
เธอมองมือนั้น  แอบรู้สึกแปลกๆ
“ผมคิดว่าน้ำนี่คงสะอาดพอนะครับ” เสรีเหลือบตาไปมองที่อ่างล้างหน้า เธอมองหน้าเขาแล้วยื่นมือออกมาจับมือเขา
“นริศราค่ะ” เมื่อจับมือเขา เธอรู้สึกแปลกๆ มันไม่เหมือนการจับมือทุกครั้งที่เธอเคยทำ มันทำให้เธอรู้สึกหวิวๆ เธอเพิ่งรู้ว่าการจับมือกันสามารถทำให้เธอหน้าเปลี่ยนสีได้ด้วย เพราะว่าตอนนี้หน้าของเธอกลายเป็นสีแดงอมชมพู เธอรีบดึงมือกลับ แล้วรีบเดินออกไปจากตรงนั้น เสรีมองตามเธอ...

หลังจากวันนั้น เธอก็แวะเวียนมาร้านอาหารร้านนี้ทุกวัน และทุกครั้งเธอก็เจอเขานั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม และจากที่นั่งโต๊ะคนละตัว สุดท้ายเขาและเธอก็มานั่งโต๊ะตัวเดียวกัน...

“ผมชอบที่นี่  เพลงแบบนี้ บรรยากาศแบบนี้ มันทำให้ผมรู้สึกปลอดโปร่ง มันทำให้ผมคิดงานได้เร็วกว่าปรกติ” เสรีพูดขึ้น ขณะที่หนิงหยิบงานของเขาขึ้นมาดู เธอไม่รู้ว่ามันจะเรียกว่าอะไร มันเต็มไปด้วยสัญลักษณ์แปลกๆ เส้นสายคล้ายวงจรประหลาดๆ และภาษาเขียนที่เธอไม่เข้าใจอีกเต็มไปหมด
“นี่งานของคุณเหรอ”
“ครับ ...อันที่จริงมันคงเป็นงานอดิเรกน่ะ” เสรีพูดพร้อมกับรับกระดาษกลับมาจากหนิง
“งานอดิเรก?”
“ใช่ครับ ...ถ้าคำว่างานของคุณคือ การออกจากบ้านแล้วไปทำอะไรซักอย่างเพื่อคนอื่น แล้วได้รับเงินเป็นการตอบแทนนะครับ  อันนี้ก็คงเป็นงานอดิเรก” เธอมองหน้าเสรีอีกครั้ง และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เธอสงสัยว่า สิ่งที่เขาพูดมันเป็นการประดิษฐ์คำพูดให้ดูเท่ห์ๆ หรือว่ามันออกมาจากความรู้สึกของเขาจริงๆ  แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไหนหรือว่าเพราะอะไร  สุดท้ายคืนนั้นเธอก็ไปจบกับเขาที่บนเตียง ทุกวันนี้เธอยังไม่เข้าใจตัวเองเลยว่า ทำไมจากการนั่งทานอาหารกันธรรมดา มันจึงกลายไปเป็นแบบนั้นได้...

คืนนั้นที่คอนโดของเขา ...ปราศจากแอลกอฮอล์แม้แต่หยดเดียวในเส้นเลือด สติสัมปะชัญญะของเธอยังอยู่ครบถ้วน เธอรวบร่างของเขาเข้ามาจูบโดยที่เขาไม่ต้องเริ่มก่อน  อันที่จริงเธอรู้สึกถึงอาการสั่นๆในตัวของเขาด้วยซ้ำ ในชีวิตเธอผ่านเรื่องแบบนี้มาเพียงครั้งเดียว นั่นคือตอนเรียนมหาวิทยาลัย กับแฟนคนแรกของเธอ แต่ครั้งนั้นเธอไม่ได้รู้สึกพลุ่งพล่านเท่านี้ ....
เธอเป็นฝ่ายทำทุกอย่างให้เขา  ท่ามกลางแสงไฟสว่างจ้าในห้องนอนของเขา  นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเปลือยเปล่าต่อหน้าชายท่ามกลางแสงไฟจากหลอดนีออน และเป็นครั้งแรกในอีกหลายๆเรื่องที่เธอไม่เคยคิดว่าเธอจะทำ ก่อนที่ทั้งสองคนจะกลายเป็นร่างเดียวกัน และความนึกคิดของเธอก็เริ่มกลับมา

“ถ้าคุณไม่ชอบ ...คุณลืมเรื่องนี้ไปก็ได้นะ” น้ำตามันมาจากไหนไม่รู้ ทั้งที่ทุกอย่างเธอเป็นคนเริ่มต้นเอง  เธอกลัวที่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งแบบนี้จะทำลายมิตรภาพของเขาและเธอตั้งแต่ที่ยังไม่รู้จักกันดีพอ
“แล้วคุณมีความสุขมั๊ย...”เขาพูดขึ้นทั้งๆที่ยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้า เธอเองก็ยังไม่มีเสื้อผ้าติดตัว  เธอหันกลับไปพยักหน้าให้เขา
“ถ้ามีความสุข ...ผมว่าคุณก็อย่าไปคิดมากเลย  เวลาคนเรามันมีน้อย  และที่สำคัญเราไม่รู้ว่ามันจะหมดลงเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้น ทำทุกอย่างให้เป็นกำไรดีกว่า อย่าคิดมากเลยครับ” มันเป็นคำพูดที่ทำให้เธอเคลิ้มอีกแล้ว ...เขาเข้ามาโอบหลังเธอไว้ ค่อยๆสัมผัสแผ่วเบาที่ต้นคอของเธอ  เธอหลับตาเหมือนกับจะบันทึกช่วงเวลานี้ไว้ในความทรงจำ ความรู้สึกร้อนผ่าวในหน้าอกของเธอกลับมาอีกครั้ง เธอหันหน้ากลับไปและแลกจูบกับเขา แต่คราวนี้มันดูเหมือนจะเนิ่นนาน และดื่มด่ำกว่าครั้งแรก ....เธอเตรียมใจไว้แล้วว่าเขาคงเป็นผู้ชายคารมดีที่คงหลอกผู้หญิงมามากมาย และเธอคงจะเป็นหนึ่งในนั้น ...แต่ปรากฏว่าเธอคิดผิด เวลาผ่านไปหลายปีเขาก็ยังคงเป็นเสรีคนเดิม คนที่แปลกๆ แต่ก็เป็นคนที่รักเธอ และเป็นคนที่เธอรักด้วยใจขณะเดียวกัน

เวลาผ่านไป...นานเท่าไหร่เธอไม่รู้  เธอยังนั่งอยู่ในร้านอาหาร เครื่องย้อนเวลาในสมองได้พาเธอกลับมาในปัจจุบันเรียบร้อยแล้ว...  เธอก้มลงมองนาฬิกา ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงครึ่ง เลยเวลานัดมานานมากแล้ว ทั้งที่การนัดหมายวันนี้เสรีเป็นคนนัด  เขาบอกกับเธอว่ามีเรื่องสำคัญอยากจะคุยด้วย  ...นานแล้วที่ไม่ได้ยินน้ำเสียงจริงจังของเขากับเรื่องของเธอ  ปกติน้ำเสียงแบบนี้เขามักจะใช้กับงานอดิเรกของเขาเท่านั้น...  เธอจึงต้องมา เธอรู้สึกเป็นห่วงเขาขึ้นมา จึงรีบโทรศัพท์ไปหาเขา
เสียงเขารับสายดังไม่นาน ...แล้วเขาก็รับสาย

“ฮัลโหล...” น้ำเสียงเขาดูเร่งร้อน ดูเหมือนว่าเขาจะลืมการนัดหมายครั้งนี้ไปแล้ว
“อยู่ไหนแล้วเนี่ย หนิงมารอนานแล้วนะ”
“ขอโทษทีจ้ะ กำลังจะไป” เสียงของเขาร้อนรนมากกว่าเดิม แต่ไม่มีกระแสโกหกในน้ำเสียง เขาคงติดบางอย่างในงานอดิเรกของเขา ทำให้ลืมเวลาไป หลายครั้งที่เธอต้องแอบอิจฉาคนทั้งโลก เพราะว่างานอดิเรกเพื่อคนทั้งโลกของเขา มักทำให้เขาลืมเวลาสั้นๆของเธอ ....แต่อย่างน้อยมันก็ดีกว่าเป็นผู้หญิงคนอื่นที่ทำให้เขาลืม...
“นี่ยังไม่ออกมาอีกเหรอ โห ใจร้ายนะเนี่ย”
“ขอโทษๆ พอดีทำงานเพลินไปหน่อย...กำลังจะออกแล้วเนี่ย” เธอคิดว่าเธอไปหาเขาดีกว่า อย่างน้อยเขาจะ ได้ใช้เวลาที่มาค่าของเขาสานต่องานของเขา แต่เมื่อเธอไปถึงแล้วเธอจะรวบเวลาทั้งหมดของเขามาเป็นของเธอ
“ไม่ต้องมาแล้ว อยู่ที่ร้านนี่เบื่อแล้ว ...”
“เฮ้ย ..อย่าเพิ่งงอนสิ กำลังออกจากบ้านแล้ว” เขาพูดพร้อมกับหยิบกุญแจรถ
“ไม่ใช่ไม่ได้งอน อยู่ร้านเบื่อแล้ว เดี๋ยวหนิงไปหาเสรีเอง รออยู่บ้านนั่นแหละ ...แล้วถ้าไปแล้วไม่คุ้มนะ มีเรื่อง”
“โห ...งั้นเลย คุ้มแน่นอนจ้ะ  ...เดี๋ยวเจอกันนะ” เธอกดวางสายสั่งเช็คบิลน้ำปั่นแก้วเดียวของเธอ แล้วก็ออกมาจากร้าน โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า เวลาที่เธอให้เสรีไปนั้น มันทำให้เวลาของเธอสั้นกว่าที่เธอคิด....

เธอเดินมาถึงถนน กำลังจะโบกรถแท๊กซี่ ถนนฝั่งของเธอนั้นเป็นเส้นทางออกจากเมือง รถจึงยังติดอยู่ เธอมองไม่เห็นหางแถว ผิดกับเส้นทางอีกฝั่งที่เป็นเส้นทางเข้าเมืองที่ค่อนข้างโล่งรถวิ่งได้ด้วยความเร็ว ...คอนโดเสรีต้องขึ้นรถฝั่งเข้าเมือง...ถ้าจากตรงนี้เธอต้องไปยูเทิร์นเพื่อกลับไปทางเก่า  แต่ยูเทิร์นแรกจากตรงนี้ก็กินระยะทางไกลมากอยู่เหมือนกัน เธอมองดูนาฬิกาข้อมือ เวลาสองทุ่มครึ่ง รถกำลังติด ถ้าไปทางนี้คงต้องติดอยู่บนถนนเส้นนี้อีกนาน เธอตัดสินใจข้ามถนนเพื่อไปขึ้นฝั่งตรงข้าม อาจจะลดเวลาได้อีกชั่วโมง

เธอก้าวข้ามถนน ฝั่งนี้ดูไม่ใช่เป็นเรื่องยาก เพราะว่ารถติดอยู่ แต่อีกฝั่งการข้ามอาจจะลำบากซักหน่อย เพราะว่ารถวิ่งกันมาไม่ขาดสาย เธอก้าวมายืนที่เกาะกลางถนน มองซ้ายมือเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีรถ เธอจึงก้าวข้ามมา  แต่สำหรับคนที่กำลังจะหมดเวลา เรื่องบางเรื่องที่เหมือนเป็นไปไม่ได้ เรื่องที่เหมือนเรื่องบังเอิญ ความคล้องจองกันของสิ่งสองสิ่งภายในเสี้ยววินาที เหมือนบังเอิญ แต่จริงๆแล้วมันถูกกำหนดมาก่อนรึเปล่าไม่มีใครรู้ได้ ความบังเอิญครั้งนี้ทำให้รถเมล์ที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงเกิดเบรกแตก
เมื่อสี่นาทีก่อนคนขับเพิ่งรู้ตัวว่าเบรกไม่ทำงาน เมื่อเขารู้ตัวเขาพยายามควบคุมรถอย่างเต็มที่ สี่นาทีต่อมามันวิ่งตะบึงมายังจุดที่เธอยืนรอจะข้ามถนน ดูเหมือนระหว่างรถเมล์คันนั้นกับหนิงจะอยู่ห่างไกลกันมาก แต่ที่บังเอิญอีกเช่นเดียวกัน ที่มีชายหนุ่มที่เพิ่งดื่มเหล้ามา ประกอบกับการที่ทำงานมาเหนื่อยๆและเร่งรีบจะกลับบ้านก่อนที่เมียของเขาจะรู้ว่าเขาแอบมาสังสรรค์กับเพื่อน ทำให้เขาวิ่งแทบไม่ได้แตะเบรก ประกอบกับมอเตอร์ไซด์อีกคันที่ต้องบิดเต็มที่ เพราะว่าเขาเป็นแมสเซนเจอร์ของบริษัทรายการโทรทัศน์ที่ต้องเอาเทปไปส่งช่องมิเช่นนั้นจะจอขาว แล้วเขาอาจจะถูกไล่ออกและตกงาน เพราะว่าเจ้านายบังคับมาว่าต้องฝ่าทุกไฟแดง...

ทุกสิ่งที่ไม่เกี่ยวกัน มาอยู่รวมกันอย่างถูกที่ถูกเวลา เหตุผลก็เพื่อหยุดกระแสเวลาของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจะได้รับความสุขที่สุดในชีวิต นาทีนั้นเองที่เวลาของเธอได้หยุดลง...

...หนิงเห็นรถเมล์วิ่งมาอาการแปลกๆ ดูเร็วกว่าปกติ เธอจึงตัดสินใจยังไม่ข้าม
รถเมล์คันนั้นวิ่งมาอย่างเร็ว หน้ารถเหวี่ยงไปมาเพราะอาการตกใจของคนขับ
มอเตอร์ไซด์ของแมสเซนเจอร์เห็นรถเมล์วิ่งแปลกๆ รถเมล์วิ่งเข้าใกล้เขาเข้ามา  ด้วยความตกใจเขาบิดแฮนด์ออกไปด้านขวามือด้วยสัญชาตญาณ  รถมาขวางหน้าชายหนุ่มที่กำลังจะรีบกลับไปหาเมีย  เสียงเบรกรถดังเอี๊ยดลากยาวเสียดแก้วหู แต่ก็ไม่พ้น มันกระแทกกันเสียงดังสนั่น รถสี่ล้อเลียหลักแล้วพุ่งตรงมายังหนิง ที่ยืนอยู่ที่เกาะกลางถนน ซึ่งตอนนั้นเธอทำได้แค่หันหน้ากลับมาดู  เสี้ยววินาทีนั้นเมื่อเธอรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว เธอก็เจ็บแปลบที่ชายโครง ก่อนที่จะเห็นว่าโลกทั้งโลกหมุนเหวี่ยงเธอ เธอมองเห็นทุกอย่างเป็นเพียงเส้นพร่าๆ แต่เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า แล้วทุกอย่างก็มืดลง

นาฬิกาที่ข้อมือของเธอหยุดเดินเวลานั้น  หน้าปัดของมันแตกออก และเข็มทุกเข็มบนหน้าปัดกลับแน่นิ่ง ไปพร้อมๆกับเวลาของตัวเธอ ที่ทุกอย่างหยุดลงเช่นกัน....


.......................................................................................................


ผ่านจากเหตุการณ์นั้นมา 6 ปี

เสรีไม่เคยลืมเรื่องในวันนั้น มันเหมือนภาพหลอนที่อยู่ในสมองของเขาตลอดเวลา จากวันนั้น เรื่องเครื่องผลิตพลังงานทดแทน เครื่องผลิตน้ำมันชีวภาพ เรื่องเพื่อนมนุษย์ ไม่เคยอยู่ในหัวของเขาอีกเลย  เขาโทษตัวเองมาโดยตลอด  
“ถ้าวันนั้น ผมไปตามนัด ทั้งหมดมันก็คงจะไม่เป็นแบบนี้...” เขาพูดกับตัวเองขณะที่มองกล่องกำมะหยี่สีแดงที่ตอนนี้ดูคล้ำและเก่ากว่าเดิม แต่ตอนนี้มันถูกเปิดออก เพชรน้ำงามในตอนนั้น ยังไม่มีโอกาสให้ใครสวมใส่ เขายังไม่ทันเห็นสีหน้าของเธอตอนเห็นมันด้วยซ้ำ  เขาเก็บเพชรเม็ดนั้นใส่กระเป๋า แล้วเดินไปที่ตู้เหล็กด้านหน้า เป็นตู้เหล็กที่มีลักษณะเหมือนตู้ใส่เอกสารธรรมดา  แต่กลับมีสายไฟและแผงวงจรรวมถึงใบพัดประหลาดๆติดอยู่เต็มไปหมด  ประตูตู้ด้านหน้าถูกเอาออกและเปลี่ยนเอากระจกมาใส่แทนที่  หลอดไฟทั้งสีเขียวแบบนีออน และสีม่วงแบ็คไลท์ส่องแสงอยู่  ทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าดูเป็นภาพที่ประหลาดมากมาย และแน่นอนว่านั่นคือเครื่องย้อนเวลา...

เขาเดินไปเปิดสวิทต์คอมพิวเตอร์ตรงหน้า กดรหัสสี่ตัว รหัสที่เป็นวันที่และเดือนของเวลาเธอที่หยุดลง หลายคนเลือกเอาวันเกิดเป็นการตั้งรหัส  แต่เขากลับเลือกเอาวันที่เขาจำได้ดีกว่า เพราะว่ามันเป็นวันที่นาฬิกาชีวิตของเธอหยุดเดิน  และเขาจะเป็นคนที่กลับไปหมุนลานของมันอีกครั้ง และถ้าเขาทำสำเร็จ เธอจะได้ใช้เวลาของเธออีกครั้ง เป็นโอกาสที่สองของชีวิตของเธอ

โปรแกรมหน้าตาประหลาดเด้งออกมาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์  หน้าตามันเป็นรูปแบบโปรแกรมพื้นฐาน เหมือนเวลาเราเข้าไบออสของเมนบอร์ด  เขากดสวิทต์เพื่อให้ทุกอุปกรณ์การเชื่อมต่อเป็นออนไลน์  ไฟรอบๆเครื่องส่องสว่าง ทำให้เครื่องนั้นดูน่าประหลาดไปอีก

คราวนี้แผงนาฬิกาดิจิตอลด้านบนตู้ส่องไฟสีแดงๆสว่างขึ้นมา ตอนนี้อ่านได้เป็น 00:00:00 00:00:00 เขาเริ่มกรอกตัวเลขลงไป เป็นตัวเลขวันและเวลา 29:04:03 20:25:00 นั่นคือสิบนาทีก่อนที่เวลาของเธอจะหยุดเดิน...เขามองขึ้นไปจากจอคอมพิวเตอร์ไปที่แผงแสดงเวลาดิจิตอลด้านบน เลขบนนั้นก็เปลี่ยนเป็นเวลานั้นด้วยเช่นกัน

ไม่มีใครรู้นอกจากเขาว่าเครื่องย้อนเวลาเครื่องนี้ทำงานอย่างไร แต่ที่รู้แน่ๆและเป็นเรื่องที่เขาค่อนข้างกังวลมากคือ เขาสามารถอยู่ที่นั่นได้เพียงสิบนาทีเท่านั้น แล้วเขาจะถูกดึงกลับมาที่เวลาเดิม ถ้าเขาทำสำเร็จ ทุกอย่างที่นี่น่าจะเปลี่ยนไป และเขาอาจจะต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะว่าเขาไม่รู้ว่า เมื่อกลับมาแล้วทุกอย่างจะยังเป็นเหมือนเดิมหรือไม่  ...เขาอาจจะย้ายไปจากที่นี่แล้ว ...เขาทั้งคู่อาจจะเลิกลากันไปแล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ก็ยังดีกว่าอยู่เฉยๆ  

เขาเดินไปกดกล้องถ่ายวีดิโอ... แล้วเดินไปเบื้องหน้าเลนส์  ภาพของตัวเขาปรากฏขึ้นที่จอมอนิเตอร์ เป็นคนที่ดูแล้วต่างจากคนเดิมเมื่อหกปีที่แล้ว  เรียกได้ว่าเหมือนเป็นคนละคนกันมากกว่า โดยเฉพาะแววตา แววตาใฝ่รู้และซุกซนแบบเด็กๆนั้นหายไปหมดสิ้น

“วันนี้ ...เป็นอีกวันที่ผมต้องบันทึกภาพของตัวผมลงในวีดิโอไดอารี่  วันนี้วันที่ สิบสี่ เดือนกุมภาพันธ์ ปีสองพันเก้า  นี่เป็นการทดลองเครื่องย้อนเวลาครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผม  ...แน่นอนผมรู้ว่าการเข้าไปยุ่งกับกระแสของเวลานั้นไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่ผมมีเหตุจำเป็นที่จะต้องทำ” เขาหยุดคิด  “ตอนนี้เวลา สิบเก้านาฬิกา เจ็ดนาที วินาทีคงไม่ต้องไปสนใจเพราะว่ามันเปลี่ยนตลอด ทุกอย่างกลายเป็นอดีตตลอดเวลา ตอนนี้คำว่าตลอดเวลาที่ผมเพิ่งพูดไปเมื่อกี๊ก็กลายเป็นอดีตไปแล้ว ...” เขาถอนหายใจ  “ผมคงไม่บอกว่าเครื่องนี้ทำงานอย่างไร เพราะว่าถ้าผมไม่ได้กลับมาผมเองก็ไม่อยากให้ใครได้ใช้มัน ไม่อยากให้ใครใช้เครื่องนี้ในทางที่ผิด ในการแทรกแซงอดีต เหมือนที่ผมกำลังจะทำ แต่ที่ผมบันทึกวีดิโอนี้ ผมบันทึกเผื่อว่าผมทำสำเร็จ  แต่มีอะไรผิดพลาด อย่างน้อยผมอยากให้หนิงรู้ว่า ผมรักเธอมากแค่ไหน  ถ้ามันเกิดผิดพลาดขึ้นมาจริงๆ ผมจะเก็บของสำคัญที่ผมตั้งใจจะให้คุณในคืนนั้น ผมเก็บไว้ที่หัวเตียง” เขานิ่งไป กดหยุดการบันทึกไว้ตรงนี้ เขาเดินไปที่หัวเตียง วางแหวนเอาไว้ แล้วกลับมานั่งที่เดิม กดบันทึกภาพอีกครั้ง “ เอาล่ะ...มาเริ่มกันเลย  เขากดรีโมทให้ภาพกว้างออก เป็นตู้ประหลาดนั้นตั้งเป็นสง่าอยู่ เขาเดินไปที่คอมพิวเตอร์ แล้วกดนับถอยหลัง ตัวเลขเริ่มจาก 30 แล้วเริ่มถอยหลังลงเรื่อยๆ
ด้วยความเคารพ
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

คุณไม่มีสิทธิ์ใช้งานส่วนนี้, กรุณาเข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้