สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
  • 3473เข้าชม
  • 28ตอบกลับ

คนโลวเทคโนโลยี แต่ไอเดียดีจะเป็นผู้กำกับหนังได้ไหมครับ

โพสต์
3280
เงิน
49028
ความดี
67852
เครดิต
78389
จิตพิสัย
62308
จังหวัด
กรุงเทพมหานคร

เฉพาะตอบกลับของผู้โพสต์ 14#  โพสต์เมื่อ: 2013-06-13
อ้างอิง
แต่ที่พี่พูดบอกว่า

ผู้กำกับต้อง รู้ด้านอุปกรณ์ถ่ายทำทั้งหมดด้วยทั้งภาพและเสียง รู้เทคนิคการถ่ายทำชั้นสูง เช่น บลูสกรีน CG ฉากรถชน ฉากเสียงตาย ต้องทำยังไงต้องรู้หมดครับ  

หมายถึงต้องรู้ประมาณไหนครับ ต้องรู้แบบชนิดที่ว่า ถ้าพี่เจย์ป่วยผู้กำกับสามารถไปคุมเสียงแทนพี่เจย์ได้เลยเหรอครับ สั่งพี่เจย์ปรับเสียงแทร็คโน่นแทร็คนี่ได้เลยว่าเสียงแตกเสียงเบา รู้ชื่อเครื่องมือที่พี่เจย์กำลังคุมเสียงหมดทุกอย่าง ปุ่่มอยู่ตรงไหนรู้หมดสั่งงานพี่เจย์ได้หมดเลย  ,ถ้าตากล้องไม่มาผู้กำกับสามารถไปถ่ายภาพแทนตากล้องได้  ตากล้องใช้เลนส์ไม่ไดนใจผู้กำกับสั่งเปลี่ยนเลนส์ใหม่ได้เลย เพราะผู้กำกับรู้เรื่องเลนส์หมด ,หรือว่าคนทำ CG จากบลูสกรีนไม่ถูกใจผู้กำกับก็สามารถไปนั่งทำ CG แทนได้เลยอย่างนั้นหรือเปล่าครับ


อ่านแล้วก็รู้สึกว่า "ไม่เหมาะ" นะครับ ถึงพี่เค้าจะดูแลด้านเสียง ไม่ได้ใหญ่โตคับกองถ่าย แต่ก็มีน้ำใจ นำประสบการณ์ในส่วนงานระดับอาชีพจริง ๆ มาถ่ายทอดให้พอประติดประต่อเรื่องราวได้ และ ตอบคำถามใครหลาย ๆ คนที่ยังนึกภาพการทำงานในกองถ่ายอาชีพไม่ออกได้มากทีเดียว ... จะร้อนวิชามาจากไหนก็ขอให้มีความนับถือกันสักหน่อยนะครับ
ระดับ : สมาชิก VI
โพสต์
249
เงิน
798
ความดี
3490
เครดิต
3070
จิตพิสัย
8316
จังหวัด
กรุงเทพมหานคร
เฉพาะตอบกลับของผู้โพสต์ 13#  โพสต์เมื่อ: 2013-06-13
ถูกครับ ผู้กำกับสามารถสั่งงานแบบนี้ได้ครับ และเห็นสั่งบ่อยด้วยเกี่ยวกับภาพ แต่ไม่ค่อยยุ่งกับงานเสียง แต่ถ้าคนคุมเสียงมิกซ์ไม่ถูกใจ ผู้กำกับก็จะถามครับว่าเสียงมีปัญหาอะไร ทำไมเสียงคนนึงเบาคนนึงดัง ทำไมเสียงช็อต ไมค์มันเสียดสีกับเสื้อผ้าหรือป่าว
      แต่ในเรื่องของเสียงกรี้ดถ้าผู้กำกับขอให้เพิ่มเรเวลเยอะๆ ก็ทำได้ครับแต่ในความเป็นจริง มันมีลิมิตอยู่น่ะครับ เพราะถ้าปล่อยเสียงไปมากเกินหรือPeak เสียงที่มิกซ์เซอร์เราไม่แตกก็จริง แต่ที่เครื่องเรคคอร์ดมันแตกครับ ดังนั้นต้องดูเรื่องนี้ด้วย ต้องศึกษาว่าเครื่องเรคคอร์ดมันรับเสียงสูงสุดได้แค่ไหน แล้วเราก็มาร์กที่ VU ของมิกซ์เซอร์ไว้ว่าอย่าเกินเรเวลนี้ จริงๆช่างเสียงบางทีก็รับคำสั่งมาแต่ก็ไม่ใช้จะเพิ่มเสียงขึ้นให้เยอะตามที่ขอ แอบเพิ่มขึ้นนิดเดียวก็ได้ และอีกอย่างนักแสดงเล่นแต่ละเทคไม่เหมือนกันนะ ทั้งแอคติ้งทั้งวอลลุ่มเสียงของแสดงนักแสดงไม่เหมือนกันสักเทค ดังนั้นประสาทสัมผัสทางหูต้องไว   ถ้าเขาพูดเบา ประโยคแรกอย่าพึ่งดันเสียงขึ้น ให้เว้นวรรคแล้วค่อยดันขึ้นแบบสมูท ถ้าดันขึ้นตั้งแต่พยางค์แรกเสียงมันจะวูบขึ้นแบบน่าเกลียด  ถ้าดังไปก็ทำวิธีเดียวกัน คือรอให้จบประโยคแรกก่อน หรือถ้าประโยคนั้นยาวมาก ก็ค่อยๆเฟดขึ้นหรือลง แบบช้าๆเอาครับ

        คือการจะสั่งภาพบ่อยหรือไม่บ่อยขึ้นอยู่กับนิสัยของผู้กำกับแต่ละคนครับ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ โดยส่วนใหญ่ผู้กำกับจะเฝ้าดูคนตัดสวิชเชอร์ว่าเก่งไหม วางไลน์กล้องดีไหม มุมกล้องสร้างสรรค์ไหม ถ้าผู้กำกับคนนั้นมีประสบการณ์มาเยอะ มีมุมกล้องที่คิดในใจไว้แล้ว เขาก็จะมาบอกให้วางไลน์แบบนี้  เพราะผู้กำกับที่เก่งๆ เขาวางแผนล่วงหน้ามาจากบ้านหรือจากที่ประชุมแล้วครับ ว่าฉากนี้จะให้ตัวละครมาจากไหน(โดยอ้างอิงจากฉากก่อนหน้านั้นว่าอยู่ที่ไหน) ทำอะไร ยืนตรงไหน วางกล้องถ่ายไปทางไหน และเพิ่มมุมกล้องพิเศษอะไรบ้าง(อินเสริจมุมกล้อง)

        หมายเหตุ การถ่ายละครจะมีประชุมทุกฝ่ายทุกสัปดาห์ยกเว้นทีมโอบี ทีมไฟและสวัสดิการไม่ต้องประชุม  โดยนัดหมายกันเอง
ระดับ : สมาชิก V
โพสต์
169
เงิน
3756
ความดี
3643
เครดิต
3390
จิตพิสัย
8662
จังหวัด
กรุงเทพมหานคร
เฉพาะตอบกลับของผู้โพสต์ 12#  โพสต์เมื่อ: 2013-06-12
ผมเข้าใจครับพี่ ผมแค่เปรียบเปรยน่ะครับ ว่าผู้กำกับต้องรู้ถึงขนาดไปทำแทนได้หรือเปล่า (ประชดน่ะ 555) เพราะจริงๆคงไม่มีผู้กำกับคนไหนไปนั่งทำแทนหรอก   555555555  

เป็นอันว่าที่พี่เปรียบเทียบเรื่องส้มตำกับผัดกระเพราผมพอมองเห็นภาพครับ

ผมจะยกตัวอย่างให้พี่อ่านนะว่าถูกไหมนะครับ

ฉาก 1   สมมุติว่าผู้กำกับจะถ่ายฉากในห้องโถงบ้านชั้นล่าง มีนางเอก และนางร้ายเข้าฉากพร้อมกัน ผู้กำกับก็จะสั่งว่า (สมมุติว่าผู้กำกับขอกำกับภาพฉากนี้เอง)

กล้อง 1     ภาพขนาดกลางหน้านางเอก  โดยถ่ายผ่านไหล่ตัวร้าย

กล้อง 2    จับภาพขนาดกลางหน้าตัวร้าย  โดยถ่ายผ่านไหล่นางเอก

ให้กล้อง 3  ภาพจากนอกหน้าต่างเข้ามา ใช้น้องแนทตั้งกล้องเอา  ถ่ายภาพไกลให้เห็นทั้งสองคน

ฝ่ายเสียงผมขอตอนนางร้ายร้องกรี๊ด ขอเพิ่มระดับเสียง(ปรับ level เสียง) ให้ดังๆมากกว่าปกติหน่อยนะ  (แต่ผู้กำกับไม่รู้หรอกว่าในเครื่องมิกซ์เสียงปรับเลเวลปุ่มไหนเป็นปุ่มไหน แต่สั่งซาวด์แมนได้)

ฉาก 2   ฉากแม่พระเอกเดินเข้าบ้าน ผู้กำกับไปบอกว่า

กล้อง 1  ใช้มินิจิ๊บนะ จับภาพที่แม่พระเอกเดินเข้าบ้านมา แพนตามจนแม่พระเอกเดินเข้าประตูบ้าน

กล้อง 2    ขอภาพมุมบน ตั้งแพทฟอร์มขึ้นไป ขอให้ไช้เลนส์ไวน์อยากให้เห็นบริเวณบ้านดูกว้างๆ (ผู้กำกับสั่งเรื่องเลนส์ได้ แต่อาจจะเปลี่ยนเลนส์เองไม่เป็น)

ประมาณนี้หรือเปล่าครับ  ( แค่สมมุตินะครับ พี่อย่าไปมองความสมจริงนะครับว่า เพราะถ้ามองจริงๆแล้วไลน์กล้องแบบนี้คงไม่ถูกแน่ๆ)

เผื่อให้จขกท.มาอ่านด้วยนะครับ

ระดับ : สมาชิก VI
โพสต์
249
เงิน
798
ความดี
3490
เครดิต
3070
จิตพิสัย
8316
จังหวัด
กรุงเทพมหานคร
เฉพาะตอบกลับของผู้โพสต์ 11#  โพสต์เมื่อ: 2013-06-11
ผู้กำกับต้อง รู้ด้านอุปกรณ์ถ่ายทำทั้งหมดด้วยทั้งภาพและเสียง รู้เทคนิคการถ่ายทำชั้นสูง เช่น บลูสกรีน CG ฉากรถชน ฉากเสียงตาย ต้องทำยังไงต้องรู้หมดครับ  

หมายถึงต้องรู้ประมาณไหนครับ ต้องรู้แบบชนิดที่ว่า ถ้าพี่เจย์ป่วยผู้กำกับสามารถไปคุมเสียงแทนพี่เจย์ได้เลยเหรอครับ สั่งพี่เจย์ปรับเสียงแทร็คโน่นแทร็คนี่ได้เลยว่าเสียงแตกเสียงเบา รู้ชื่อเครื่องมือที่พี่เจย์กำลังคุมเสียงหมดทุกอย่าง ปุ่่มอยู่ตรงไหนรู้หมดสั่งงานพี่เจย์ได้หมดเลย  ,ถ้าตากล้องไม่มาผู้กำกับสามารถไปถ่ายภาพแทนตากล้องได้  ตากล้องใช้เลนส์ไม่ไดนใจผู้กำกับสั่งเปลี่ยนเลนส์ใหม่ได้เลย เพราะผู้กำกับรู้เรื่องเลนส์หมด ,หรือว่าคนทำ CG จากบลูสกรีนไม่ถูกใจผู้กำกับก็สามารถไปนั่งทำ CG แทนได้เลยอย่างนั้นหรือเปล่าครับ

ตอบครับ >> ที่น้องคิดมามันผิดครับ นอกเหนือจากการกำกับการแสดงแล้ว ผู้กำกับจะรู้ว่าฉากแบบนี้ มุมกล้องแบบนี้ ต้องใช้อะไรมาถ่ายทำต่างหากล่ะครับ แล้วต้องลำดับขั้นตอนถ่ายยังไงให้ออกมาเร็วละถูกต้อง ไม่ใช่ว่าผู้กำกับลงมือทำเองได้ทุกอย่าง
              เอาง่ายๆแบบคมๆน่ะครับ พี่ถามว่าน้องตำส้มตำเป็นไหม สมมุติว่าไม่เป็น แต่น้องรู้ใช่ไหมว่ามันใช้อะไรตำ ก็คือครก ใส่อะไรบ้างน้องก็พอรู้ใช่ไหมครับว่าอย่างน้อยต้องใส่มะละกอ พริก ปู มะเขือเทศ แล้วสุดท้ายใครเป็นคนตำ ก็แม่ค้าไงครับไม่ใช่เรา ถึงแม่ค้าไม่ว่าง เดี๋ยวเขาก็เรียกสามีแม่ค้ามาตำแทน เก็ทไหมครับ
              เวลาน้องไปซื้อไก่ผัดกระเพรา น้องผัดให้อร่อยเหมือนแม่ค้าได้ไหม ก็ไม่ได้ เพียงแต่เราแค่รู้เผินๆว่ามันต้องใส่ไก่ ใส่น้ำปลา ใบกระเพรา พริกสด ผงชูรส โอเคน่ะ
      
              ถ้าคนไม่อยู่หรือไม่ว่าง ผู้กำกับจะไม่ลงมือทำเอง เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ การจัดการบริหารในกองถ่ายทางโปรดิวเซอร์เขาหาแต่ละตำแหน่งมาครบแล้ว ถ้าเจ็บป่วยกระทันหันโปรดิวเซอร์จะเป็นคนรับผิดชอบ ก็คือต้องหาคนมาทำแทน โดยวิธีไหนก็แล้วแต่ จะเอาผู้ช่วยช่างภาพที่พอทำเสียงได้มาทำแทนไปก่อน จะโทรกลับไปแจ้งบริษัทโอบี หรือจะโทรเรียกคนที่รู้จักมาช่วยทำก็แล้วแต่โปรดิวเซอร์และคำสั่งของผู้กำกับครับผม
ระดับ : สมาชิก V
โพสต์
150
เงิน
490
ความดี
1710
เครดิต
1548
จิตพิสัย
3085
จังหวัด
กรุงเทพมหานคร
เฉพาะตอบกลับของผู้โพสต์ 10#  โพสต์เมื่อ: 2013-06-11
รอคำตอบจากใครเหรอ? ใครคนไหนที่จะทำให้น้องตัดสินใจได้?
ไปฝึกงาน ไปทำงานเลยครับ ดูจากที่เล่ามาดูท่าทางจะมีความสามารถอยู่พอสมควร  ทำสักปีสองปีแล้วค่อยประเมินตัวเองอีกครั้งก็ได้นี่
กลัวถูกดูถูกเหรอ !!! จะไปทำอะไรล่ะที่คิดว่าจะไม่มีคนขี้อิจฉาชอบพูดจาดูถูกคนอื่น ตอนนี้ยังไม่มีใครดูถูกความสามารถเค้าเลย มีแต่เค้าคนเดียวล่ะที่ถูกถูกความสามารถตัวเองอยู่
อุตส่าห์เรียนจนจบตั้งสี่ปี จะไม่ลองไปทำงานจริงสักหน่อยเหรอ จะล้มเลิกทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำมาด้วยการคิดไปเองเนี่ยนะ  สู้สิวะไอ้น้อง เชียร์เว้ย ลุยยยย
ปล. พี่มีเพื่อนคนนึงเป็นสถาปนิกที่เก่งมาก งานสวยเนี๊ยบ
แต่มันตอกตะปูไม่เป็น !!!
ระดับ : สมาชิก V
โพสต์
169
เงิน
3756
ความดี
3643
เครดิต
3390
จิตพิสัย
8662
จังหวัด
กรุงเทพมหานคร
เฉพาะตอบกลับของผู้โพสต์ 9#  โพสต์เมื่อ: 2013-06-11
จากที่ jay บอกว่า

การเป็นผู้กำกับ ต้องอ่านบทและรู้บททั้งเรื่องก่อนที่จะถ่ายทำ รู้คาแร็คเตอร์นักแสดง รู้ด้านอุปกรณ์ถ่ายทำทั้งหมดด้วยทั้งภาพและเสียง รู้เทคนิคการถ่ายทำชั้นสูง เช่น บลูสกรีน CG ฉากรถชน ฉากเสียงตาย ต้องทำยังไงต้องรู้หมดครับ และต้องตอบคำถามนักแสดงได้ทุกครั้งในเรื่องของบทละคร รู้เรื่องเสื้อผ้านักแสดง สีสันแต่ละฉากแต่ละงานควรเป็นอย่างไร เช่น ถ้านางเอกจะมีฉากบู้ก็ต้องห้ามใส่กระโปรง เป็นต้น สีของเสื้อผ้านักแสดงก็ต้องห้ามเป็นสีเดียวกับแบล็คกราว เพราะมันจะกลืนกันภาพออกมาไม่สวย สิ่งที่พี่พิมพ์บอก พี่ก็ได้มาจากผู้กำกับอะครับ เพราะทุกกองถ่ายพี่ต้องนั่งมิกซ์เสียงข้างๆผู้กำกับเหมือนในรูปครับ

การที่ผู้กำกับต้องเข้าใจบทซึ่งเป็นหัวใจของละครเรื่องนั้น รู้คาแรคเตอร์ตัวละคร รู้เสื้อผ้า สีสรรของฉาก นั้นผมเข้าใจครับ

แต่ที่พี่พูดบอกว่า

ผู้กำกับต้อง รู้ด้านอุปกรณ์ถ่ายทำทั้งหมดด้วยทั้งภาพและเสียง รู้เทคนิคการถ่ายทำชั้นสูง เช่น บลูสกรีน CG ฉากรถชน ฉากเสียงตาย ต้องทำยังไงต้องรู้หมดครับ  

หมายถึงต้องรู้ประมาณไหนครับ ต้องรู้แบบชนิดที่ว่า ถ้าพี่เจย์ป่วยผู้กำกับสามารถไปคุมเสียงแทนพี่เจย์ได้เลยเหรอครับ สั่งพี่เจย์ปรับเสียงแทร็คโน่นแทร็คนี่ได้เลยว่าเสียงแตกเสียงเบา รู้ชื่อเครื่องมือที่พี่เจย์กำลังคุมเสียงหมดทุกอย่าง ปุ่่มอยู่ตรงไหนรู้หมดสั่งงานพี่เจย์ได้หมดเลย  ,ถ้าตากล้องไม่มาผู้กำกับสามารถไปถ่ายภาพแทนตากล้องได้  ตากล้องใช้เลนส์ไม่ไดนใจผู้กำกับสั่งเปลี่ยนเลนส์ใหม่ได้เลย เพราะผู้กำกับรู้เรื่องเลนส์หมด ,หรือว่าคนทำ CG จากบลูสกรีนไม่ถูกใจผู้กำกับก็สามารถไปนั่งทำ CG แทนได้เลยอย่างนั้นหรือเปล่าครับ

ผมถามเพราะไม่รู้จริงๆนะครับ ตอนนี้ผมกับเพื่อนรออ่านคำตอบของพี่หลายคนเลยครับ
เพราะผมและเพื่อนไม่รู้ว่าจะไปถามใคร กองถ่ายละครหรือหนังก็ยังไม่เคยเข้า คงรอปีหน้าอยู่ปี 4 ถึงจะไปฝึกงานครับ

กราบพี่งามๆล่วงหน้าครับ

โพสต์
1099
เงิน
24442
ความดี
20956
เครดิต
21442
จิตพิสัย
21252
จังหวัด
ขอนแก่น

เฉพาะตอบกลับของผู้โพสต์ 8#  โพสต์เมื่อ: 2013-03-15
เป็นได้ ถ้าเราตั้งใจจะเป็น...
โพสต์
695
เงิน
13583
ความดี
11808
เครดิต
12362
จิตพิสัย
17399
จังหวัด
กรุงเทพมหานคร

เฉพาะตอบกลับของผู้โพสต์ 7#  โพสต์เมื่อ: 2013-03-11
เรื่องเทคนิคมันเป็นหน้าที่ของฝ่ายอื่นครับ
ผู้กำกับ ควบคุมเรื่องให้มันออกมาได้ตามต้องการก็พอแล้ว
ระดับ : สมาชิก V
โพสต์
194
เงิน
130
ความดี
1792
เครดิต
1466
จิตพิสัย
2135
จังหวัด
ปราจีนบุรี
เฉพาะตอบกลับของผู้โพสต์ 6#  โพสต์เมื่อ: 2013-03-10
ผมว่าได้นะครับ
ระดับ : สมาชิก V
โพสต์
108
เงิน
1855
ความดี
1791
เครดิต
1595
จิตพิสัย
5446
จังหวัด
กรุงเทพมหานคร
เฉพาะตอบกลับของผู้โพสต์ 5#  โพสต์เมื่อ: 2013-02-20
ขอบคุณครับ
ระดับ : สมาชิก V
โพสต์
148
เงิน
3793
ความดี
2253
เครดิต
2262
จิตพิสัย
4238
จังหวัด
กรุงเทพมหานคร
เฉพาะตอบกลับของผู้โพสต์ 4#  โพสต์เมื่อ: 2013-02-17
ในหนังสือสอนเขียนบทของ William Goldman ยืนยันความคิดของ "การเล่าเรื่อง" ไว้ ว่าอดีตเจ้านายของแกคนนึง ประกาศไว้ว่า
"ฉันไม่สน ว่าในอนาคตเทคโนโลยีมันจะไปถึงไหน ต่อให้มันทันสมัยถึงกับยิงสัญญาณจากดาวเทียมเข้าไปในสมองคนได้เลย โดยไม่ต้องผ่านวัสดุใดๆ สิ่งพวกเรายังต้องทำกันอยู่ก็คือ การเล่าเรื่อง"
บันทึกคะแนนนี้โพสต์ล่าสุด: รวม 2 คะแนน ความดี +2 ซ่อน
takommak ความดี +1 2013-03-15 จริงแท้
mr.nantawat ความดี +1 2013-02-20 ถูกใจใช่เลย...
ระดับ : สมาชิก IIII
โพสต์
65
เงิน
1824
ความดี
733
เครดิต
492
จิตพิสัย
408
จังหวัด
นคราชสีมา
คิดเช่นกันคับเทคโนโลยีมันไปเร็วแต่ความสำคัญของงานอย่างเราต้องอยู่ที่ความคิดครับ
เรามีกล้องราคา 10000 แต่ไอเดียเจ็งก้อดังได้ครับ เหมือนกับเอากล้องโลโม่ไปถ่ายงานแล้วโพสขายราคาเป้นเหมื่อนนั่นล่ะคับ
ดูอย่างอันนี้สิครับ
http://www.lomography.co.th/magazine/lifestyle/2013/02/06/whirling-photography-in-japan-tw-th
โพสต์
1064
เงิน
14841
ความดี
10868
เครดิต
10002
จิตพิสัย
15544
จังหวัด
กรุงเทพมหานคร
อย่างในกรณีนี้ ถ้าพี่คนนั้น ถึงจะไม่รู้เรื่องกล้อง ไม่เป็นเรื่องคอมพ์เลยก็ตาม


แต่ถ้าบริหารคนเป็น มนุษย์สัมพันธ์ดี มี"ภาพ"ของเรื่องที่จะเล่าอยู่ในหัวอย่างชัดเจนอยู่แล้วละก็...

แบบนี้ ผมว่า พี่คนนั้น ก็น่าจะสามารถเป็นผู้กำกับที่ดีได้เหมือนกันนะ


ส่วนงานทางเทคนิคน่ะ เรื่องเล็กครับ ก็แค่ส่วนหนึ่งของภาพรวมทั้งหมดเท่านั้นเอง อย่างเก่งก็อาจขอแ่ค่ความรู้แบบพื้นฐานสุด พอให้คุยกับทีมงานเข้าใจก็พอละ
โพสต์
1064
เงิน
14841
ความดี
10868
เครดิต
10002
จิตพิสัย
15544
จังหวัด
กรุงเทพมหานคร
ไม่รู้คนอื่นคิดยังไงนะ แต่ผมคิดยังงี้


ในการทำงาน "ผู้บริหาร" ไม่จำเป็นต้องรู้ไปหมดทุกเรื่อง

แต่ แต่ แต่

ต้องรู้&มั่นใจ ว่าลูกน้องคนใหน รู้เรื่องอะไร เก่งเรื่องอะไร จะได้จ่ายงานไปให้ถูกคน


ผู้บริหารคนใหน รู้อยู่คนเดียว เก่งอยู่คนเดียว กระจายงานไม่เป็น สอนงานคนอื่นไม่ได้ ทำมาทำไป ก็ต้องเอามาทำเองหมด แล้วก็บ่นว่า ลูกน้องไม่ดียังงั้น ไม่ดียังงี้ ฯลฯ

แบบนี้ ไม่น่าเห็นใจซักนิด
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

คุณไม่มีสิทธิ์ใช้งานส่วนนี้, กรุณาเข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้